Technologies

บทความเทคโนโลยี
PAYMENT GATEWAY สั่งซื้อสินค้าออนไลน์อย่างมั่นใจ ด้วยระบบชำระเงินอัจฉริยะ
February 22, 2018

Payment Gateway คือรูปแบบการชำระเงินบนโลกออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวก และความปลอดภัยให้กับนักช็อปออนไลน์ทุกคน โดย Payment Gateway ที่นิยมใช้กันได้แก่ Paypal, Omise, Pay Solutions และ 2c2p เรามาดูกันว่าแต่ละแบบ มีจุดเด่นอะไรที่แตกต่างกันบ้าง

1. Paypal

บริการชำระเงินออนไลน์ยอดนิยมที่คนทั่วโลกชอบใช้ เพราะสามารถชำระเงินได้รวดเร็วทันใจ ชำระค่าสินค้าหรือบริการได้ง่ายและปลอดภัย โดยใช้แค่ที่อยู่อีเมล ไม่ว่าผู้รับจะอยู่ที่ไหนก็สามารถรับเงินจากคุณได้อย่างสะดวกสบาย ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมในการขายจะอยู่ที่ 4.4% หรือต่ำกว่านั้นหากขายได้มาก

2. ชำระเงินได้สะดวกทั้ง Visa, Mastercard ผ่าน Internet Banking

สมัครใช้บริการได้ที่ www.paypal.com

2. Omise

น้องใหม่ไฟแรงที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยได้ไม่นาน เป็นระบบชำระเงินออนไลน์ที่หลายธุรกิจเล็กใหญ่ไว้วางใจ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัย ใช้งานง่าย มีฟังก์ชันตกแต่งหน้าจ่ายเงินได้เอง และที่สำคัญ ยังโอนเงินได้หลายบัญชี โดยสามารถโอนเงินให้กับร้านค้าย่อย ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ผลิต ได้อัตโนมัติ ทำให้เรื่องยุ่งยากกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับการทำธุรกิจไปเลย และยังสามารถสมัครพร้อมเซ็นเอกสารผ่านออนไลน์ได้เลยค่ะ

1. ค่าธรรมเนียมสำหรับธุรกิจ SME เพียง 3.65% โดยไม่มีค่าติดตั้ง ไม่มีค่าบริการรายเดือน และไม่มียอดการใช้งานขั้นต่ำ

2. ชำระเงินได้สะดวกทั้ง Visa, Mastercard ผ่าน Internet Banking

สมัครใช้บริการได้ที่ www.omise.co/th

3. Pay Solutions

ระบบชำระเงินออนไลน์เจ้าแรกในประเทศไทย ที่หลายธุรกิจไว้วางใจเนื่องจากมีระบบชำระเงินที่ค่อยข้างเสถียร ไม่ค่อยมีปัญหา รวมทั้งระบบความปลอดภัย SSL (Secure Sockets Layer) ที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้ร้านค้าออนไลน์มั่นใจในการใช้บริการ โดยมีข้อดีคือ

1. ค่าธรรมเนียมถูกที่สุดเพียง 3.60% สำหรับบัตรเครดิต

2. ชำระเงินได้สะดวกทั้ง Visa, Mastercard ผ่าน Internet Banking และมี Counter Service ให้บริการ

สมัครใช้บริการได้ที่ www.paysolutions.asia

4. 2c2p

เป็นระบบชำระเงินที่รองรับสำหรับธุรกิจ E-Commerce และ M-Commerce โดยเฉพาะ ทำให้พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์สามารถจัดการเรื่องเงินได้ง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องความปลอดภัย และสามารถดูการชำระเงินได้แบบ Real Time ด้วยขั้นตอนการชำระเงินที่เป็นอัตโนมัติ ซึ่งช่วยขจัดความยุ่งยากในการจองและชำระเงินด้วยตนเอง ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียม 3.65%

2. ชำระเงินได้สะดวกทั้ง Visa, Mastercard ผ่าน Internet Banking และมี Counter Service ให้บริการ

สมัครใช้บริการได้ที่ www.2c2p.com

 

ทีมงาน ClickNext

GOOGLE เพิ่ม MOBILE-FRIENDLY ALGORITHM มาช่วยจัดอันดับ SEARCH ในมือถือ
February 22, 2018

พอดี MakeWebEasy ได้เห็นว่ามีการแจ้งข่าวสาร (จาก Seach Engine Land และ Official Google Webmaster Blog) เรื่องปรับ Algorithm ของ Google โดยจะนำ Mobile-Friendly Factor เข้ามาเป็นตัวจัดอันดับ Ranking ของ Mobile Search จึงอยากนำมาอธืบายให้เข้าใจกัน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เเละควรรู้เป็นอย่างยิ่ง

ก่อนจะเข้าเรื่องกัน หลายต่อหลายคนเมื่อพูดถึง “Seach Mobile นะหรอ ? ไม่สนใจหลอก เเค่ขอ Search บน Desktop ได้ก็พอ” ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมากๆๆ เพราะถ้าคุณกำลังมองข้าม Mobile Search อยู่ละก็ คุณจะเสียผลประโยชน์ไปอย่างมากเลย

เหตุผลที่ทาง MakeWebEasy อยากจะเเนะนำเพื่อจะทำให้คุณไม่ต้องมองข้ามกับเจ้า Mobile Search ยกตัวอย่างได้ดังนี้

  • ปัจจุบันคนใช้ Mobile ในการเข้าถึงข้อมูลเยอะมาก (มีหลาย ๆ เว็บ คนเข้าผ่าน Mobile มากกว่าเข้าผ่าน Desktop ด้วยซ้ำ) คุณลองใช้โปรแกรมเก็บสถิติ ตรวจเช็คดูก็ได้ โดยเฉพาะ Google Analytic ซึ่งมันจะทำให้คุณรู้ว่า Traffic ที่เข้ามาในเว็บคุณด้วย Mobile Search มันมีไม่น้อยเลยใช่มั้ย
  • ถ้า Mobile-Friendly Algorithm ที่อัพเดท มีผลกระทบต่อ Ranking ในมือถือมาก มันจะทำให้ Traffic ส่วนนึง หายไปเข้าเว็บอื่นที่ Ranking ดีกว่า (ทั้งๆ ที่ Content ของคุณดีกว่า และ ทั้งๆ ที่ใน Desktop คุณทำอันดับได้ดีกว่าเว็บดังกล่าวเสมอ)
  • แม้ว่าในปัจจุบันจะเริ่มมีการตื่นตัวเรื่อง Responsive ขึ้นมาพอสมควร แต่ก็มีเว็บอีกจำนวนมากที่ยังมองข้ามส่วนนี้อยู่ เพราะฉะนั้นมันเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะคว้าโอกาสให้ Traffic เข้าเว็บเราจาก Mobile Search ได้มากขึ้น หากเราไม่ละเลย Responsive

ว่าแล้วก็มาดูเนื้อหากันดีกว่า Google บอกอะไรในข่าวนี้บ้าง (เนื้อหาจาก Official Google Webmaster Blog) แต่แปลคร่าว ๆ นะคะ

When it comes to search on mobile devices, users should get the most relevant and timely results, no matter if the information lives on mobile-friendly web pages or apps. As more people use mobile devices to access the internet, our algorithms have to adapt to these usage patterns. In the past, we’ve made updates to ensure a site is configured properly and viewable on modern devices. We’ve made it easier for users to find mobile-friendly web pages and we’ve introduced App Indexing to surface useful content from apps. Today, we’re announcing two important changes to help users discover more mobile-friendly content:

ปัจจุบันมีคนใช้มือถือ ในการเข้าถึง Internet มากขึ้น ทำให้ Google ต้องปรับ Algorithm ให้เข้ากับอุปกรณ์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ง่ายกับทั้งคนใช้งานเว็บเพจและ App ในมือถือ โดยที่ Google ต้องการที่จะประกาศ การปรับเปลี่ยน Algorithm ที่สำคัญ 2 อย่าง เพื่อให้ user ค้นพบเนื้อหาที่เหมาะกับมือถือ

1. More mobile-friendly websites in search results

Starting April 21, we will be expanding our use of mobile-friendliness as a ranking signal. This change will affect mobile searches in all languages worldwide and will have a significant impact in our search results. Consequently, users will find it easier to get relevant, high quality search results that are optimized for their devices.

To get help with making a mobile-friendly site, check out our guide to mobile-friendly sites. If you’re a webmaster, you can get ready for this change by using the following tools to see how Googlebot views your pages:

  • If you want to test a few pages, you can use the Mobile-Friendly Test.
  • If you have a site, you can use your Webmaster Tools account to get a full list of mobile usability issues across your site using the Mobile Usability Report.

1. เว็บที่เหมาะกับมือถือ จำนวนมากขึ้น ในผลการค้นหา

โดย Algorithm จะเริ่มปรับในวันที่ 21 เมษายน 2558 ซึ่งการปรับจะส่งผลกระทบกับ Mobile Search ทุกภาษาทั่วโลก และยังส่งผลกระทบที่ชัดเจนในผลการค้นหาด้วย ดังนั้น User จะค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และมีคุณภาพได้ง่ายขึ้น

สำหรับความช่วยเหลือในการสร้าง mobile friendly เว็บไซต์ ให้ลองเข้าไปดูที่ guide to mobile-friendly sites และถ้าคุณเป็น Webmaster คุณสามารถเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง (Algorithm) คราวนี้ โดยการใช้เครื่องมือดังต่อไปนี้ เพื่อดูว่า Googlebot มองเว็บคุณยังไง

  • ถ้าคุณต้องการทดสอบ 2-3 เพจ คุณสามารถใช้ Mobile-Friendly Test ได้ (จะให้กรอก URL ที่ต้องการทดสอบ)
  • ถ้าคุณมีเว็บไซต์ คุณสามารถใช้ Webmaster Tools ในการตรวจสอบว่าเว็บของคุณมีปัญหาอะไร ในการใช้งานผ่านมือถือบ้าง โดยให้เข้าไปตรวจเช็คที่ Mobile Usability Report

ในส่วนนี้เราจะเห็นว่า Google จะเริ่มใช้งาน Algorithm ตัวนี้วันที่ 21 เมษายน ดังนั้นเราจึงยังพอมีเวลาที่จะเตรียมตัวในการรับมือกับการปรับเปลี่ยนคราวนี้อยู่บ้าง

2. More relevant app content in search results

Starting today, we will begin to use information from indexed apps as a factor in ranking for signed-in users who have the app installed. As a result, we may now surface content from indexed apps more prominently in search. To find out how to implement App Indexing, which allows us to surface this information in search results, have a look at our step-by-step guide on the developer site.

2. App content ที่มีความเกี่ยวข้องมากขึ้นในผลการค้นหา

เริ่มแล้ววันนี้ Google จะเริ่มใช้ข้อมูลจาก App ที่ได้รับการ Index (ผ่าน App Indexing) มาเป็น Factor ในการจัดอันดับ (แต่สำหรับ Signed-in User ที่ได้ทำการติดตั้ง App ลงในมือถือของเค้าเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึง Android App เท่านั้นนั่นเอง) หากอยากรู้ว่าจะ implement App Indexing ได้ยังไงนั้น สามารถดูได้ที่ step-by-step guide

ข้อมูลที่ Google ได้แจ้งไว้ก็มีเพียงเท่านี้ หากใครคิดว่าพอปรับเปลี่ยน หรือ รับมือได้ก็ รีบ ๆ ทำนะคะ ส่วนใครที่ทำเว็บเป็น Responsive อยู่แล้ว ก็ขอดีใจด้วยคะ ข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวดีของคุณเป็นแน่แท้

 

ทีมงาน ClickNext

MAKEWEBEASY ระบบเว็บไซต์ไทย ที่มีฟังก์ชันเทียบชั้นระดับโลก
January 4, 2018

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจและเคยทำเว็บไซต์มาก่อน อาจจะรู้จักกับระบบสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเอง เช่น wix.com และshopify.com ที่ให้คนทั่วโลกได้มีเว็บไซต์ธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งวันนี้ระบบเว็บไซต์ที่เข้าใจคนไทยอย่าง MakeWebEasy ได้ทำระบบขึ้นมาใหม่เพื่อให้คนไทยที่ทำธุรกิจ ได้มีเว็บไซต์ที่สวยงาม ใช้งานง่าย และที่สำคัญสามารถทดลองใช้งานได้ “ฟรี” ลองไปดูกันว่าระบบเว็บไซต์ของ MakeWebEasy จะมีอะไรเจ๋งๆบ้าง

1. สร้างเว็บง่าย สวยงามอย่างมืออาชีพ

ด้วยระบบสร้างเว็บไซต์ที่ง่ายของ MakeWebEasy ที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก ทำให้คุณสามารถปรับแต่งเว็บไซต์ในทุกๆส่วนได้ตามต้องการอย่างอิสระ และยังมี Template ให้เลือกมากมาย ครบทุกประเภทธุรกิจ ครบทุกความต้องของคุณอย่างแน่นอน

ไม่จำเป็นต้องดีไซน์เก่ง ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมได้ คุณก็สามารถสร้างเว็บไซต์ที่ดี สวยงามอย่างมืออาชีพ พร้อมเป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจของคุณได้อย่างง่ายดาย

2. ระบบ E-Commerce เต็มรูปแบบ

MakeWebEasy มีระบบจัดการที่ทำให้การทำธุรกิจออนไลน์จบในที่เดียว หรือที่เรียกว่า E-Commerce ดังนี้
1. ระบบ Order สินค้า ช่วยให้การจัดการออเดอร์ การสั่งซื้อที่มีเข้ามาต่อวัน ถูกจัดการได้ง่าย
2. ระบบ Search ที่ช่วยให้ลูกค้าค้นหาสินค้าได้สะดวก
3. ระบบ Payment ให้ลูกค้าชำระเงินได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล

นอกจากนี้ยังมี Report ที่สามารถดูรายการสั่งซื้อสินค้าทั้งหมดได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วย

3. Mobile Friendly รองรับขนาดหน้าจอทุกอุปกรณ์

ในปัจจุบันการแสดงผลบนทุกหน้าจอเป็นสิ่งสำคัญมากที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องคำนึงถึง เพื่อให้ User ได้รับประสบการณ์ที่ดีในการเข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งระบบสร้างเว็บไซต์ของ MakeWebEasy เป็นระบบที่รองรับหน้าจอทุกอุปกรณ์อยู่แล้วเช่นเดียวกับ wix.com และ shopify.com โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องไปหาวิธีปรับแต่งอะไรเลย

4. SEO ทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Google ได้ง่าย

มีระบบตั้งค่า Keywords ในการตั้งชื่อ Title, Description, Product และ Content บนหน้าเว็บไซต์ได้ทุกหน้า ทำให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถปรับเปลี่ยน Keywords บนเว็บไซต์ได้อย่างสะดวก ในแต่ละเพจ ซึ่งเพิ่มความสามารถให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google ได้ง่ายขึ้น

5. Local Service ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้สะดวก

สิ่งสำคัญอีกอย่างเลยคือ Local Service ที่คุณสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน ที่เว็บไซต์หรือระบบมีปัญหา พร้อมมีบริการให้คำปรึกษา และคอร์สอบรมในการสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวคุณเอง

ดังนั้นการเลือกทำเว็บไซต์สักที่ ก็ควรต้องคำนึงถึงการบริการที่สะดวก รวดเร็วเป็นหลักด้วยนะคะ

เพิ่มคนเข้าเว็บไซต์ของคุณ ด้วยการปักหมุดใน GOOGLE MAPS
January 4, 2018

คุณเคยเจอปัญหาแบบนี้ไหม จะหาร้านอาหารสักที่หนึ่ง ในสถานที่ที่เราไม่คุ้นเคย แล้วไม่รู้ด้วยว่า จะไปร้านอาหารที่ไหนดี? แล้วร้านที่เราไปนั้นดีจริงไหม? วิธีการขั้นพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ทำ คือ หยิบมือถือ ขึ้นมาแล้วเสริชหาใน Google ใช่ไหมล่ะ?(เหมือนที่คนชอบพูดบ่อยๆ คิดอะไรไม่ออกถามพี่ Google ซะ) โดยผมลองหาร้านอาหารในระแวก”พญาไท” ดูบ้าง เราก็พิมพ์คำว่า “ร้านอาหาร พญาไท” ลงไป

%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-search

หน้าจอของร้านที่ได้ทำการปักหมุดบน Google Map

ลองมองมุมกลับดูบ้างสิ!

งั้นเรามาลองมองกันในมุมของผู้ประกอบการหรือเจ้าของร้านค้ากันดูบ้างนะคะถ้ามีคนเสิร์ชหาร้านค้าหรือธุรกิจของเรา แล้วเกิดไม่มี ชื่อร้านหรือธุรกิจของเราแสดงบน Google Mapละก็

ถือว่าคุณพลาดโอกาสในการเพิ่มจำนวนลูกค้าใหม่ๆ เข้ามายังร้านค้าของคุณเป็นอย่างมาก! ที่สำคัญการที่ร้านของเราขึ้นไปบน Google Map นั่นเท่ากับว่า โอกาสที่คนจะค้นหาเราเจอนั้น ง่ายขึ้นเป็นอย่างมากกกกกก

ถ้างั้นเราต้องทำอย่างไรล่ะ ชื่อของธุรกิจเราจึงจะขึ้นไปปักหมุด อยู่ใน Google Map ได้

วิธีการนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่เราทำ Google My Business เท่านั้น ซึ่งขอบอกเลยว่าทำง่ายมากๆ ขอเพียงแค่เรามีหน้าร้านของเราก็ทำได้แล้ว งั้นเราไปดูวิธีทำกันเลยดีกว่า

ขั้นตอนการทำ Google My Business

1.เราจำเป็นต้องมี Gmail ก่อน หากใครยังไม่มีสามารถสมัครได้ที่ http://www.gmail.com/

 

2.หลังจากที่เราทำการสมัคร Gmail เสร็จแล้ว ให้เข้าไปที่หน้าเว็บ https://www.google.co.th/business/ และคลิ้กที่คำว่า ”เริ่มเลย” ตรงมุมขวาบน

1

3.ทำการกรอกชื่อธุรกิจ ที่อยู่ และหมวดหมู่ของธุรกิจ ของคุณ

2

4.หลังจากที่เราทำการพิมพ์ข้อมูลและที่อยู่ของร้านเราแล้ว หากระบบไม่เจอที่อยู่ของเรา จะขึ้นมาเตือนให้เราเลือกปักหมุดบนแผนที่แทน

location

5.หลังจากที่เรากรอกข้อมูลเสร็จแล้วให้กดปุ่ม”ดำเนินการต่อ”

4

6.หลังจากนั้นทางระบบจะให้เรายืนยันธุรกิจของเราว่ามีอยู่จริงไหม โดยจะส่งรหัสยืนยันมาให้เราผ่านทางไปรษณียบัตร โดยรหัสจะส่งมาภายใน1-2สัปดาห์ เมื่อเราได้รับแล้วควรกรอกภายใน 1 เดือนค่ะ

5

เป็นอันเสร็จขั้นตอนหลักการทำ Google My Business

เพิ่มเติม

เมื่อเรายืนยันรหัสเสร็จแล้ว เราสามารถเข้าหน้า google plus เพื่อแก้ไขข้อมูลของร้านเราได้ดังนี้

Contact info

จะเป็นรายละเอียดการติดต่อทางช่องทางต่างๆของร้านเรา ได้แก่ เบอร์โทร E-mail Chat(Skype) ที่อยู่

contact-info

Story

จะเป็นรายละเอียดที่บ่งบอกถึงร้านของเรา ได้แก่ Tagline และ Introduction

story

Sites

จะเป็นเว็บต่างๆที่เกี่ยวข้องกับร้านของเรา ได้แก่ เว็บไซท์หลัก และ ลิ้งค์เว็บอื่นๆ

sith

ประโยชน์ 5 ข้อที่ได้รับจากGoogle My Business 

1.ทำให้รู้รายละเอียดของร้าน เพิ่มความรวดเร็วให้แก่ลูกค้า

หลายครั้งที่ลูกค้ากำลังรีบหาข้อมูลของร้านนั้นๆ ตอนนั้นอาจกำลังอยู่ในช่วงเย็นแล้วลูกค้าต้องการซื้อสินค้าจากในร้านแบบด่วนๆ ประเด็นคือลูกค้าไม่รู้ว่าร้านมันปิดแล้วหรือยัง? ซึ่งลูกค้าสามารถเช็คเวลาเปิดปิดของร้านเราได้ทันทีผ่าน Google ไม่ต้องเข้าไปหน้าเว็บไซต์ของร้านเราหรือโทรสอบถามร้านให้เสียเวลาแต่อย่างใด

2.ทำให้เดินทางสะดวกมากขึ้น

หลายๆครั้งที่ลูกค้าเราอยากไปในร้านของเรา แต่ประเด็นคือจะขึ้นอะไรไป แล้วเดินทางต่อรถสาธารณะได้หรือไม่ ทาง google จะคำนวณให้ทุกอย่างเบ็ดเสร็จ

3.มีรูปของร้านให้ดูด้วย

เคยไหมหลายๆครั้งที่กำลังจะเดินไปร้านเพื่อซื้อของ เราอาจได้ยินเชื่อเสียงของร้านมานาน แต่ปัญหาคือเราไม่เคยเห็นรูปมาก่อน ถ้าลูกค้าไม่รู้ว่าร้านหน้าตาเป็นยังไง แล้วลูกค้าจะหาร้านเจอไหมซึ่งในจุดนี้ถือว่าทำให้เพิ่มความน่าเชื่อถือในตัวร้านเป็นอย่างยิ่ง

4.รู้ช่วงเวลาคนเข้าร้านเยอะหรือน้อยตอนไหน

อันนี้ถือว่าเป็นจุดที่ช่วยสำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบาย ไม่ชอบความแออัด หลายครั้งที่เราไปร้านอาหารตอนที่คนเยอะๆหรือช่วง“Peak Time”ทำให้ต้องรอนาน แถมบางทีอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายๆระหว่างการบริการ(เนื่องจากต้องบริการหลายๆคนพร้อมๆกัน)

5.มีคะแนนรีวิว

ข้อนี้เรียกได้ว่ากลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปแล้วสำหรับยุคใหม่ เพราะการบอกแบบปากต่อปากถือว่าเป็นจุดที่คนใช้ในการเลือก ดู,ใช้,ซื้อ กับทุกๆอย่างไปเสียแล้ว ข้อนี้เองทำให้เรามั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าร้านนั้นๆจะตอบโจทย์ตามสิ่งที่เราต้องการได้หรือไม่

เป็นไงกันบ้างคะกับ Google My Business ทำไม่ยากเลยใช่ไหมละ จริงๆขั้นตอนทั้งหมดจะมาเสียเวลามากสุดตอนที่เรารอโค้ดยืนยันจากทาง Google นะคะแต่ถ้าเทียบกับผลรับที่ออกมาแล้ว ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่าเอามากๆ นอกจากจะทำให้ร้านเราดูน่าเชื่อถือแล้ว ยังทำให้ร้านของเราติดอันดับใน Google ได้ดีขึ้นเป็นอย่างมากอีกด้วย